The Theory Of Everything | ทฤษฎีรักนิรันดร (2014)

The Theory Of Everything

The Theory Of Everything

The Theory Of Everything | ทฤษฎีรักนิรันดร (2014)

สตีเฟน วิลเลียม ฮอว์กิง เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี นักจักรวาลวิทยา และนักเขียน ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หนังสือวิทยาศาสตร์ของเขาและการปรากฏตัวต่อสาธารณะได้ทำให้เขาเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านวิชาการ ผลงานวิทยาศาสตร์สำคัญของเขาจนถึงปัจจุบันมีการบัญญัติทฤษฎีบทเกี่ยวกับภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วงในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ร่วมกับโรเจอร์ เพนโรส และการทำนายเชิงทฤษฎีที่ว่าหลุมดำควรปล่อยรังสี ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า รังสีฮอว์กิง (บางครั้งเรียก รังสีเบเคนสไตน์-ฮอว์กิง)ฮอว์กิงป่วยจากโรคอะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเกลอโรซิส (ALS) ชนิดหายาก ซึ่งเริ่มมีอาการเร็ว แต่ดำเนินโรคช้า ทำให้เขามีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงลงเรื่อย ๆ เป็นเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งต้องสื่อสารโดยใช้อุปกรณ์สังเคราะห์เสียงพูด ควบคุมผ่านกล้ามเนื้อมัดเดียวในแก้มวันนี้เราเลยอยากแนะนำ หนังชนโรง ที่เล่าเรื่องของสตีเฟ่นและเล่าออกมาดีมากๆจนได้ชิงออสการ์กับภาพยนตร์เรื่อง The Theory Of Everything  ทฤษฎีรักนิรันดร

The Theory Of Everything ทฤษฎีรักนิรันดร เป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance  เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ Stephen Hawking นักฟิสิกชื่อก้องโลกที่ป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมตอนอายุ 21 ปี และสามารถมีชีวิตอยู่ได้อีกสองปีหมอบอกกับเค้าแบบนั้น แต่ด้วยผู้หญิงที่เค้าเจอในงานเลี้ยงเธอชื่อ Jane Wlide ทั้งสองมีใจให้กันและรักกัน จนวันนึงเธอรู้ว่าStephenป่วย แต่เธอก็ไม่รังเกียจเค้าและพร้อมที่จะดูแลเค้า เธอไปคุยกับพ่อของStephenเรื่องแต่งงาน พ่อStephenบอกว่ามันสำคัญมากนะ ให้Janeคิดให้ดีๆชีวิตของStephenจะสั้นมาก แต่Janeยืนกรานหนักแน่นด้วยความรักที่เธอมีต่อStephen ทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน มีลูกด้วยกันถึงสองคนแต่แล้วอาการของStephenหนักขึ้นเรื่อยๆ

ทฤษฎีรักนิรันดร

 Jane เริ่มจะดูและไม่ไหวและไม่พอใจ ที่ลูกชายขาดสิ่งที่ควรจะได้รับในวัยเด็ก แม่ของเธอได้บอกให้เธอลองกลับไปร้องเพลงที่โบสถ์ เธอก็ลองทำตามที่แม่บอกได้เจอกับนักดนตรีที่สอนร้องเพลงในโบสถ์ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะชอบคอกัน เค้ามีชื่อว่าJonathan เค้าช่วยดูแลStephenและลูกทุกอย่างจนวันนึง Janeท้อง แต่แม่เธอสงสัยว่าเธอท้องกับใครกันแน่StephenหรือJonathanเพราะอาการของStephenตอนนั้นยังไงก็ไม่มีทางจะมีลูกได้แน่ๆ Jonathanได้ยินเธอคุยกับแม่ว่ายังไงลูกก็ต้องเป็นลูกของStephenเท่านั้น เค้าจึงเดินออกไปJaneเห็นพอดีจึงตามไปJonathanบอกว่าผมคงต้องถอยกลับไป พวกเค้าพูดถึงคุณอยู่ ทั้งสองต่างบอกรักกัน ต่อมาJaneกับStephenก็เหมือนเดิม จนStephenบอกว่าไปบอกJonathanสิJaneบอกเค้าคงไม่กลับมาแล้ว StephenไปหาJonathanที่โบสถ์และทำให้เค้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมสำเร็จวันนึงStephenได้รับเชิญไปที่งานๆนึงที่บอร์เดิกซ์Stephenล่วงหน้าไปก่อนแต่JaneบอกกับStephenว่าเดี๋ยวแม่จะพาลูกๆตามไปส่ง

 แต่แล้วเธอและJonathanก็ได้ไปCampingกับลูกๆแทน จนตื่นเช้ามาเธอรู้ข่าวว่า Stephenป่วยหนักมาก Jonathanจึงต้องถอยกลับไปอีกครั้ง เธอไปที่โรงพยาบาลและบอกกับหมอว่าไม่ว่าจะยังไงStephenต้องรอดเค้าต้องได้ทำในสิ่งที่เค้าอยากทำ หมอบอกเค้ามีโอกาสรอดแต่ไม่สามารถพูดได้อีกตลอด จนในที่สุดStephenก็รอดแต่เค้าพูดไม่ได้Janeพยายามใช้กระดานตัวอักษรแต่ก็ไม่สำเร็จจนต้องจ้างElaine Masonผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้มาช่วยStephenเธอทำได้และต่อมาก็ได้เครื่องพิมที่สามารถออกเสียงได้ด้วยซึ่งก็เสมือนกับStephenกลับมาพูดได้อีกครั้ง Stephenว่าเธอจะรักเค้าตลอดไป

The Theory Of Everything

สิ่งที่คุณจะได้เห็นจาก หนังชนโรงHD เรื่องนี้ไม่ได้เจาะจงให้ความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และดาราศาสตร์เพียงเท่านั้น แต่หนังยังทำให้เห็นถึงความรักที่ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นจริง ชีวิตจริงๆ ที่คนดูเชื่อถือได้ว่าความรักจริงๆเป็นแบบนี้เอง?และความรักแบบนี้มีอยู่จริง… ความรักที่ไร้เงื่อนไขใดๆ ของนางเอก Jane ผู้ที่รับบทเป็นภรรยาของ Stephen เธอผู้ไม่เคยย่อท้อต่อการดูแลเขา และยังคงต่อสู้ทั้งเลี้ยงลูก ทำงาน และปรนนิบัติสามีไปพร้อมๆกัน จะบอกว่าเป็นทั้งหนังรัก หนังชีวิต หนังปรัชญาก็ไม่เกินไปครับ ครบทุกแนวทุกรสจริงๆ มันดีมากๆ คุณอาจจะต้องเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว แล้วคุณจะพบคุณค่าของชีวิตและความรัก ด้านเทคนิคภาพยนตร์เรียกว่าดีมากๆงานภาพ ถ่ายออกมาดีจัด การตัดต่อและดนตรีที่ลงตัว อยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ