The Social Dilemma | ทุนนิยมสอดแนม ภัยแฝงเครือข่ายอัจฉริยะ (2020)

The Social Dilemma

The Social Dilemma

The Social Dilemma | ทุนนิยมสอดแนม ภัยแฝงเครือข่ายอัจฉริยะ (2020)

สื่อสังคม หรือ โซเชียลมีเดีย หมายถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ให้บุคคลทั่วไปมีส่วนร่วมสร้างและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ สื่อเหล่านี้เป็นของบริษัทต่าง ๆ ที่ให้บริการผ่านเว็บไซต์ของตน เช่น เฟซบุ๊ก ไฮไฟฟ์ ทวิตเตอร์ ในทางเทคนิค สื่อสังคมจะหมายถึงโปรแกรมกลุ่มหนึ่งที่ทำงานโดยใช้พื้นฐานและเทคโนโลยีของเว็บ 2.0 เช่น บีโบ มายสเปซ เฟซบุ๊ก ฯลฯ. นอกจากจะใช้เพื่อการส่งหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันแล้ว เทคโนโลยีสื่อสังคมยังช่วยให้เหล่าผู้ใช้สามารถทำกิจกรรมที่สนใจร่วมกันด้วย. กลุ่มบุคคลที่ติดต่อสื่อสารกันโดยผ่านสื่อสังคมดังกล่าว เรียกว่า “เครือข่ายสังคม” (social network). ในเครือข่ายสังคม กลุ่ม “เพื่อน” หรือ “ผู้ติดต่อกัน” มักจะแลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างสั้น ๆ และเป็นการ ดูหนังฟรีออนไลน์ กันเอง โดยทั่วไปซอฟต์แวร์ที่ให้บริการเครือข่ายสังคมจะเปิดโอกาสให้กลุ่มเพื่อน ๆ วิพากษ์วิจารณ์กันเองได้ ส่งข้อความส่วนตัว และเข้าไปอ่านข้อความของเพื่อน ๆ ในกลุ่มได้ ซอฟต์แวร์บางประเภทจะสามารถให้เพื่อน ๆ เพิ่มเสียงและภาพเคลื่อนไหวลงในประวัติของตนได้ด้วย. นอกจากนี้ เพื่อนบางคนก็อาจจะสร้างโปรแกรมย่อย ๆ ขึ้นมาให้ใช้ร่วมกันได้ เช่น เล่นเกม ถามปัญหา หรือปรับแต่งรูปภาพ ทำให้บางคนมีผู้สมัครเข้ามาเป็นเพื่อนด้วยมากมาย. แต่โซเชียลมีเดียมันไม่ได้มีแค่ประโยชน์อย่างเดียว แต่มันยังมีอันตรายที่พวกเราคาดไม่ถึงเหมือนสารคดีที่เราอยากแนะนำให้รู้จักในวันนี้กับสารคดีเรื่อง The Social Dilemma  ทุนนิยมสอดแนม ภัยแฝงเครือข่ายอัจฉริยะ

The Social Dilemma ทุนนิยมสอดแนม ภัยแฝงเครือข่ายอัจฉริยะ เป็น สารคดี Documentary ในเมื่อตลอด 24 ชั่วโมงในยุคนี้ ทุกอย่างล้วนต้องมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง แค่ตื่นมาตอนเช้าจะฟังเพลงยังต้องใช้สมาร์ทโฟน แทนที่เราจะเปิดวิทยุเหมือนเมื่อก่อน พฤติกรรมเหล่านี้เป็น circle ที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ และเราไม่มีวันรู้ว่าในอนาคตมันจะเปลี่ยนพฤติกรรม เข้ามามีบทบาทกับเราอีกมากแค่ไหนดังนั้น 

ทุนนิยมสอดแนม ภัยแฝงเครือข่ายอัจฉริยะ

เวลาแค่ 1 ชั่วโมง 34 นาทีจากสารคดีเรื่องนี้ จะทำให้คุณกระจ่างกับบางเรื่อง โดยเฉพาะระบบการทำงานของอัลกอริทึมโซเชียลมีเดีย เราจะได้เห็นมุมมองด้านมืดของมัน และกระตุ้นความคิดเราบางอย่างว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างมั้ย? จัดการกับสิ่งเร้าพวกนี้อย่างไร? หรืออย่างน้อยก็เพื่อเปิดรับมุมมองอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เพื่อ balance ชีวิตของเราในแต่ละวันโดยเรื่องราวของสารคดีเรื่องนี้ ใช้วิธีถ่ายทอดมุมมองของคนที่เกี่ยวข้องกับสื่อโซเชียลทั้งนั้น 

ไม่ว่าจะเป็น อดีตวิศวกรของ Facebook (เคยร่วมทีมสร้างปุ่มกด Like), อดีตผู้บริหารของ Pinterest, อดีตนักจริยธรรมการออกแบบ Google และยังมีอีกหลายวงการ ทั้ง Twitter, Youtube โดยในระหว่างเรื่องได้สลับกับเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง (นักแสดง) ที่ลูกๆ ค่อนข้างติดสื่อโซเชียล และมีความคิดหัวรุนแรงอยู่ลึกๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันThe Social Dilemma ได้สะท้อนให้เราเห็นมุมมืดที่ impact ต่อคน เป็นความบิดเบี้ยวของสังคม ทั้งการแบ่งขั้ว, การแทรกแซงการเมือง, การสร้างความเกลียดชัง, ปัญหาสุขภาพ, โรคซึมเศร้า จนไปถึง fake news สิ่งเหล่านี้ชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามตัวเองว่า “มันปกติมั้ย? สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเราเป็นสิ่งปกติจริงๆ หรือ?”

The Social Dilemma

มีสิ่งหนึ่งจากสารคดีเรื่องนี้ ทำให้เราเข้าใจความคิดของเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เหตุผลที่พวกเขายอมลาออกปฏิเสธเงินเดือนสูงลิ่วที่บอกใครต่อใครต้องอิจฉา เพียงเพราะว่า พวกเขารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ไหว จุดประสงค์จริงที่สวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้น โซเชียลมีเดีย กลายเป็นระบบที่ใหญ่เกินรับมือ และพยายาม tracking จุดอ่อนของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้รู้ตัวตนเรามากที่สุดทุกคนที่ให้สัมภาษณ์ และเปิดใจเรื่องการยุติบทบาทในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก คิดเห็นเหมือนกันว่า “ปัญหามันอยู่ที่โมเดลธุรกิจ ไม่ใช่เทคโนโลยี” พวกเขาตั้งใจจะส่งต่อพลังบวกและความรักผ่านสิ่งประดิษฐ์ที่สร้างขึ้น แต่! ลัทธิที่มุ่งเน้นแต่กำไร เห็นปลาวาฬที่ตายมีค่ามากกว่าปลาวาฬเป็นๆ (เปรียบเทียบธุรกิจค้าปลาวาฬ ที่ทำลายระบบนิเวศน์ท้องทะเล) โลกอนาคตกับความคิดของมนุษย์ก็จะยิ่งมืดมนไปอีก ดูหนังฟรีออนไลน์HD เพราะถูกควบคุมผ่าน something ที่ไม่มีชีวิตหลังม่านนี้แม้ว่าภาพรวมๆ กับบางฉากที่เล่ามา มันอาจฟังดู dark มากๆ และเหมือนกับว่าสารคดีเรื่องนี้ต้องการโจมตีโซเชียลมีเดีย หรือเทคโนโลยีก็ตาม แต่มันไม่ใช่เลย เพียงแต่มุมมองของผู้สร้างต้องการให้มนุษย์เราอยู่กับความเป็นจริง รู้ทันการทำงานของระบบ เข้าใจคำว่าอัลกอริทึมจริงๆ และไม่เซนซิทีฟเกินไปจนทำให้เราถูกชักจูงหรือโน้มน้าวได้ง่ายสิ่งที่น่ากลัวที่สุดตอนนี้คือ เราต่างก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือบางคนถึงขั้นรู้ว่าระบบหลังม่านนี้มันทำงานอย่างไร แต่กลับยังคุมการใช้งานไม่ได้หรือไม่ต้องการจะคุม นี่แหละที่น่าเป็นห่วง!