The Shape Of Water | เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์ (2017)

The Shape Of Water

The Shape Of Water

The Shape Of Water | เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์ (2017)

เมื่อพูดถึง สัตว์ประหลาด ในโลกภาพยนตร์ผู้กำกับคนแรกที่ทุกคนนึกถึงคือเดล โตโร  นอกจากผลงานเรื่องแรกที่ไม่มีสัตว์ประหลาดเป็นตัวตนชัดเจน เว็บดูหนัง ผลงาน 9 เรื่องต่อมา ของเดล โตโร ล้วนมี ‘สัตว์ประหลาด’ เป็นตัวละครหลักทั้งหมดเดล โตโร หลงใหลในเรื่องสยองขวัญ หุ่นยนต์ สัตว์ประหลาดมาตั้งแต่เด็ก เขามักจะสเกตช์ภาพตัวละครในจินตนาการลงในสมุดโน้ตอยู่เสมอ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็นำตัวละครเหล่านั้นให้ออกมามีชีวิตในโลกแห่งภาพยนตร์ The Shape Of Water  เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์ ภาพยนตร์ล่าสุดของเขาก็เป็นอีกเรื่องที่มีสัตว์ประหลาด

The Shape Of Water  เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์ เป็นภาพยนตร์แนว แฟนตาซี Fantasy เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ เอไลซ่า เอสโพซิโต เด็กกำพร้าที่ถูกพบในแม่น้ำพร้อมแผลบนลำคอ เธอเป็นใบ้และสื่อสารโดยใช้ภาษามือ เธออาศัยอยู่ตัวคนเดียวในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งชั้นบนโรงหนัง และทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในห้องทดลองลับของรัฐบาลในเมืองบอลทิมอร์ระหว่างช่วงสงครามเย็น เพื่อนของเธอได้แก่เพื่อนบ้านชื่อไจลส์ นักวาดภาพโฆษณาที่กำลังตกยาก และเพื่อนร่วมงานชื่อ เซลด้า ที่ทำหน้าที่เป็นล่ามให้เธอในที่ทำงานศูนย์ทดลองได้รับสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ถูกจับมาจากแม่น้ำที่อเมริกาใต้โดยพันเอก ริชาร์ด สตริคแลนด์ ผู้มีหน้าที่ดูแลโครงการศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ด้วยความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้ เอไลซ่าได้พบว่ามันเป็นอมนุษย์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เธอเริ่มแอบเข้าไปเยี่ยมเขาอย่างลับๆ และเริ่มใกล้ชิดกัน

เดอะ เชพ ออฟ วอเทอร์

ด้วยความที่อยากหาประโยชน์จากอมนุษย์นี้เพื่อใช้ในการแข่งขันสำรวจอวกาศ นายพล แฟรงค์ ฮอย์ท สั่งให้สตริคแลนด์ทำการชำแหละมัน นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง โรเบิร์ต ฮอฟฟ์สเตทเลอร์ ผู้ที่แท้จริงแล้วเป็นสายลับจากสหภาพโซเวียตชื่อว่า ดิมิทรี โมเซนคอฟ พยายามขอให้เก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้เพื่อศึกษาต่อทว่าล้มเหลวในการโน้มน้าว ในขณะเดียวกันเขาได้รับคำสั่งจากผู้คุมที่สหภาพโซเวียตให้ทำการการุณยฆาต อมนุษย์ตัวนี้เสีย เมื่อเอไลซ่ารู้เกี่ยวกับแผนของชาวอเมริกันที่จะฆ่าอมนุษย์ตัวนี้ เธอก็โน้มน้าวให้ไจลส์ช่วยเธอนำตัวเขาออกมา โมเซนโคฟรู้ถึงแผนของเอไลซ่าและเลือกจะช่วยเธอ แม้ตอนแรกจะลังเลใจ แต่ในที่สุดเซลด้าก็ช่วยในการหนีจนสำเร็จเอไลซ่าให้อมนุษย์อยู่ในอ่างน้ำของเธอ โดยใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อให้เขาอยู่ได้ เธอวางแผนที่จะปล่อยตัวอมนุษย์นี้ในคลองใกล้ๆ เมื่อมันเปิดสู่มหาสมุทรในอีกไม่กี่วัน สตริคแลนด์สอบสวนอลิซ่าและเซลด้าเพื่อพยายามตามหาอมนุษย์ แต่ก็ปล่อยตัวทั้งสองไปในที่สุด กลับมาที่อพาร์ทเม้นท์ ไจลส์ค้นพบว่าอมนุษย์ได้กินแมวตัวหนึ่งของเขาที่ชื่อแพนดอรา ด้วยความตกใจ อมนุษย์ได้ข่วนแขนของไจลส์และหนีออกจากอพาร์ทเม้นท์ไป อมนุษย์หนีไปยังโรงหนังชั้นล่างก่อนเอไลซ่าจะเจอตัวและพาเขากลับมา อมนุษย์จับไจลส์บนหัวที่กำลังจะล้านและแขนของเขา เช้าวันต่อมา ไจลส์พบว่าผมของเขาเริ่มงอกกลับมาอีกครั้งและแผลบนแขนของเขาหายดีแล้ว เอไลซ่าและอมนุษย์ได้สร้างความผูกพัน และมีเพศสัมพันธ์กันในห้องน้ำของเธอ โดยครั้งหนึ่งเธอเติมน้ำจนเต็มห้องน้ำ

ฮอย์ทยื่นคำขาดกับสตริคแลนด์ และบอกให้เขานำอมนุษย์กลับมาภายใน 36 ชั่วโมง ระหว่างนั้นผู้คุมบอกกับโมเซนคอฟว่าเขาจะถูกถอนออกในอีกสองวัน ยิ่งวันปล่อยตัวใกล้เข้ามาสุขภาพของอมนุษย์เริ่มถดถอยลง โมเซนคอฟไปยังจุดที่เขานัดหมายกับผู้คุมโดยมีสตริคแลนด์แอบตามไป ณ จุดนัดหมาย โมเซนคอฟถูกยิงโดยหนึ่งในผู้คุมของเขา ทว่าสตริคแลนด์ยิงผู้คุมทั้งคู่และทรมาณโมเซนคอฟต่อเพื่อหาข้อมูล โมเซนคอฟสื่อถึงเอไลซ่าและเซลด้าก่อนเสียชีวิตจากบาดแผล สตริคแลนด์ตามไปขู่เซลด้าที่บ้านของเธอ ด้วยความกลัวสามีของเธอได้บอกไปว่าเอไลซ่าเป็นผู้เก็บอมนุษย์นี้ไว้ สตริคแลนด์ค้นอพาร์ทเม้นท์ของเอไลซ่าและพบบันทึกบนปฏิทินทำให้รู้ว่าเธอวางแผนจะปล่อยอมนุษย์ที่ไหนและเมื่อไหร่ที่คลอง เอไลซ่าและไจลส์บอกลาแก่อมนุษย์ ทว่าสตริคแลนด์มาถึงและโจมตีพวกเขาทั้งหมด สตริคแลนด์ผลักไจลส์ล้มก่อนจะยิงอมนุษย์และเอไลซ่า ทั้งคู่ดูเหมือนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามอมนุษย์รักษาตนเองและข่วนคอของสตริคแลนด์จนเสียชีวิต 

The Shape Of Water

หลังจากเราดูภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังHD เราชอบประมาณหนึ่ง เนื้อเรื่องที่ละมุนละไม ภาพสวย ฉากสวยมาก และการพยายามถ่ายทอดประเด็นที่ตั้งอยู่บนความขัดแย้งให้ออกมาเป็นสิ่งสามัญ ทุกอย่างในเรื่องจึงกลายเป็นความวินเทจ ตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม ฉาก เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงตัวละครต่างๆ โทนสีของภาพแต่ละช็อตถูกบรรจงถ่ายทอดออกมาให้เหมือนเราหลุดไปอยู่ในยุคสงครามเย็นจริงๆ โดยใช้ความละมุนของการเล่าเรื่อง-ของสีมาดึงให้สถานการณ์ซอฟต์ลง สำหรับใครที่ชอบสไตล์วินเทจจะฟินกับฉากและเสื้อผ้าอย่างมาก แต่เราก็แอบเซ็งตรงมันได้ออสการ์ทั้งที่ปีนั้นหนังดีๆ เรื่องอื่นทำได้ดีกว่า แต่เราว่ามันไม่ใช่ว่าไม่ดีนะมันดีแต่แค่ไม่สุด