The Princess Switch Switched Again | เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ สลับแล้วสลับอีก (2020)

The Princess Switch Switched Again

The Princess Switch Switched Again

The Princess Switch Switched Again | เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ สลับแล้วสลับอีก (2020)

ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝันถึงการเป็นเจ้าหญิง ปัจจุบันก็มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่สร้างมาให้ได้เห็นเจ้าหญิงในมุมที่แตกต่างกัน มีทั้งแอ๊คชั่น และโรแมนติกคอมเมดี้ แฟนตาซี เราจึงขอแนะนำ หนังชนโรง แนวเจ้าหญิงที่เคยดูและอยากแนะนำให้ไปหาดูเพื่อความ”สนุกสนาน เพราะมีเรื่องราวที่ให้แง่คิดดี มีฉากรักสุดหวานซึ่ง อีกทั้งพระเอกในแต่ละเรื่องก็น่าสนใจไม่แพ้นางเอก เจ้าหญิ เอาเป็นว่าส่วนใหญ่ หนังแนวๆนี้ก็มักเป็นหนัง โลกสวยย่อยง่าย เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดีวันนี้เราก็เลยอยากแนะนำนำภาพยนตร์เรื่อง The Princess Switch Switched Again  เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ สลับแล้วสลับอีก เรื่องจะน่ารักและโลกสวยขนาดไหนต้องไปดูกัน

The Princess Switch Switched Again  เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ สลับแล้วสลับอีก เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว ตลก Comedy หลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกดูเหมือนจะจบลงด้วยดีเมื่อสเตซี่และมากาเร็ต  ต่างได้ครองรักกับชายที่ตัวเองอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตามธรรมเนียมหนังโรแมนติกคอมมาดี้ แต่ก่อนเรื่องราวในภาค Switched Again จะเริ่มต้นขึ้น หนังก็เกริ่นว่าแท้จริงแล้ว ดัชเชสมากาเร็ตกำลังจะต้องก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งพระราชินีของประเทศมอนเตนาโร และการรับบัลลังก์ครั้งนี้ส่งผลให้เธอต้องยุติความสัมพันธ์กับเควิน เหตุการณ์ในภาคสองคือ สเตซี่มองว่าแท้ที่จริงแล้วความสุขที่สุดของมากาเร็ตคือการได้อยู่กับเควิน เธอจึงวางแผนให้ทั้งสองคนมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งและหนทางเดียวที่ มากาเร็ตจะได้รู้ว่าในใจลึกๆของเควินคิดยังไงกับตัวเอง คือการที่พวกเขาจะมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด 

เดอะ พริ้นเซส สวิตช์ สลับแล้วสลับอีก

แต่เมื่อตารางออกงานของมากาเร็ตแน่นเอี้ยด เธอจึงต้องให้สเตซี่สลับตัวกับเธอเป็นการชั่วคราวหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกดูเหมือนจะจบลงด้วยดีเมื่อสเตซี่และมากาเร็ต ต่างได้ครองรักกับชายที่ตัวเองอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตามธรรมเนียมหนังโรแมนติกคอมมาดี้ แต่ก่อนเรื่องราวในภาค Switched Again จะเริ่มต้นขึ้น หนังก็เกริ่นว่าแท้จริงแล้ว ดัชเชสมากาเร็ตกำลังจะต้องก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งพระราชินีของประเทศมอนเตนาโร และการรับบัลลังก์ครั้งนี้ส่งผลให้เธอต้องยุติความสัมพันธ์กับเควิน เหตุการณ์ในภาคสองคือ สเตซี่มองว่าแท้ที่จริงแล้วความสุขที่สุดของมากาเร็ตคือการได้อยู่กับเควิน เธอจึงวางแผนให้ทั้งสองคนมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งและหนทางเดียวที่ มากาเร็ตจะได้รู้ว่าในใจลึกๆ ของเควินคิดยังไงกับตัวเอง คือการที่พวกเขาจะมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด แต่เมื่อตารางออกงานของมากาเร็ตแน่นเอี้ยด เธอจึงต้องให้สเตซี่สลับตัวกับเธอเป็นการชั่วคราว

ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นภาพมโนแฟนตาซีฝันเฟื่อง ปลอบประโลมใจที่วนเวียนอยู่กับเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์กับสามัญชน ที่ดูเหมือนตำแหน่งหน้าที่ของเธอจะดูสำคัญมากกว่าความรัก ทั้งที่จริงแล้วหนังก็ไม่ได้นำเสนอความยากลำบากตรากตรำของพระราชกรณีกิจของมากาเร็ตสักเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ อันที่จริงถ้าตัวละครนี้เลือกจะสละราชบัลลังก์ตั้งแต่แรก ก็คงไม่มีภาคต่อแบบนี้ตามออกมาหรอก เรารู้สึกไม่ชอบหนังแนวๆ นี้เลย พล็อตไม่ต่างจากละครหลังข่าวของไทยเลย จริงก็แอบคาดหวังเพราะเป็นภาพยนตร์จากทาง Netflix หนังประเภทชนชั้นสูงได้ลองมาใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลางหรือชนชั้นล่างมโนว่ามันสวยงามแต่โลกแห่งความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามอะไรแบบนี้หรอก

The Princess Switch Switched Again

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD จบเราเลยรู้สึกไม่ค่อยชอบมากๆ เรื่องนี้ให้สนุกคือต้องโยนตรรกะทุกอย่างกองทิ้งไว้ให้หมด เพราะตั้งแต่การที่ตัวละครหน้าเหมือนเป็นพิมพ์เดียวกันชนิดคนใกล้ตัวแยกไม่ออกนั้นก็ดูเหลือเชื่อและแปลกประหลาดจนน่าขนลุก ภาคนี้ยังทวีความสยองด้วยการเพิ่มคนหน้าเหมือนรายที่ 3 เข้ามา  ยังไม่รวมถึงประเทศสมมติอย่างมอนเตนาโรก็ดูเป็นประเทศเล็กๆ ที่ดูไม่มีกิจกรรมเชิงการเมืองใดๆ ประหนึ่งประเทศเจนโนเวียแบบเดียวกับใน The Princess Diaries ที่เป็นประเทศเอาไว้เสวยสุขของชนชั้นกษัตริย์อย่างไรอย่างนั้น แบนราบมากทั้งมิติประเทศและตัวละคร ทางด้าน Production คงเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยพยุงหนังเรื่องนี้ไว้ได้